EURO 2020 รู้จักกับแต่ละทีมที่ต้องไปลุยศึกครั้งนี้กัน

EURO 2020 รู้จักกับแต่ละทีมที่ต้องไปลุยศึกครั้งนี้กัน

ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้วสำหรับศึกฟุตบอลยูโร 2020 หรือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ 4 ปี ความพิเศษของการแข่งขันครั้งนี้คือจะไม่มีเจ้าภาพใหญ่เหมือนครั้งเดิม ๆ อีกต่อไป แต่จะเป็นการกระจายไปเตะตามประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรปก่อนที่นัดชิงชนะเลิศจะเลือกเอาสนามเวมบลีย์ของอังกฤษ เป็นสถานที่ในการหาแชมป์ แต่ก่อนจะไปว่าถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับยูโร2020 สิ่งแรกที่ทุก ๆ คนอยากทำความรู้จักมากที่สุดคงหนีไม่พ้นบรรดาทีมต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาเล่นในศึกครั้งนี้ ซึ่งได้มีการจับสลากแบ่งสายกันไว้เรียบร้อยแล้ว มาไล่เรียงความพร้อมและทำความรู้จักกับพวกเขาหน่อยดีกว่า

 

 

กลุ่ม เอ

 

  1. อิตาลี อดีตเจ้าของแชมป์ยูโร 1 สมัย ที่ยุคนี้ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงแห่งการผลัดเปลี่ยนสายเลือดจึงทำให้ไม่น่าเกรงขามมากเหมือนยุคก่อน แต่ทั้งนี้ก็ประมาทพวกเขาไม่ได้แน่นอน
  2. สวิตเซอร์แลนด์ ทีมแดนนาฬิกาที่ผ่านเข้ารอบมาได้อีกสมัย ยุคนี้พวกเขาถือว่าโดดเด่นด้วยนักเตะหลาย ๆ คน อาทิ กรานิต ชาก้า, เซอร์ดาน ชากีรี่, แยนน์ ซอมเมอร์ นับว่าน่าจับตามองมากทีเดียว
  3. ตุรกี อาจเป็นเพียงไม่ประดับในการแข่งขันครั้งนี้แต่ก็อย่าประมาทพวกเขาเด็ดขาด เพราะอาจมีทีเด็ดอะไรที่ทำให้ทีมใหญ่ ๆ ต้องน้ำตาตกเอาก็ได้ นำโดย ชากลาร์ โซยุนซู จาก เลสเตอร์ ซิตี้
  4. เวลส์ ทีมของ ไรอัน กิ๊กส์ ผ่านเข้ารอบมาได้ชนิดน่ารักน่าลุ้นมากทีเดียว ครั้งนี้เขามีนักเตะดี ๆ ใช้งานหลายคน เช่น แกเร็ธ เบล, ดาเนี่ยล เจมส์ ถือว่าน่าจับตามองมาก ๆ และอาจเป็นม้ามืดก็ได้

 

กลุ่ม บี

 

  1. เบลเยียม เบอร์ 1 ของโลกในยุคนี้แต่ยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ ๆ สักครั้ง ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นรายการเริ่มนับหนึ่งก็ได้เพราะนักเตะหลาย ๆ คนจัดว่าระดับโลก เช่น เอเด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู
  2. รัสเซีย ถูกมองว่าเป็นไม้ประดับแต่มันก็คือเรื่องจริงเพราะยุคหลัง ๆ มานี้พวกเขาดูจะไม่ค่อยโดดเด่นในเรื่องฟุตบอลเท่าไหร่นัก แถมมีโอกาสสูงที่อาจจะตกรอบแรกในการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
  3. เดนมาร์ก ทีมม้ามืดน่าจับตามองและคาดว่าน่าจะทำผลงานได้ดีพอสมควร พวกเขามีทีมเวิร์คอันแข็งแกร่ง และนักเตะดี ๆ เยอะ นำโดย คริสเตียน อิริคเซ่น, แคสเปอร์ ขไมเคิ่ล
  4. ฟินแลนด์ แม้เป็นทีมที่ถูกมองว่าไม้ประดับแต่อย่าประมาทพวกเขาเด็ดขาด โดยเฉพาะหัวหอกฟอร์มแรงนามว่า ติมู ปุ๊กกี้ อาจเป็นทีเด็ดที่ทำให้ทีมใหญ่ ๆ ต้องน้ำตาร่วงก็ได้

 

กลุ่ม ซี

 

  1. เนเธอร์แลนด์ ทัพ “อัศวินสีส้ม” ถือว่ามีความพร้อมมากพอตัวในการลงตะลุยศึก EURO 2020 ทั้งตัวกุนซืออย่าง โรนัลด์ คูมัน รวมถึงนักเตะดี ๆ หลายราย อาทิ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, เมมฟิส เดอปาย ไรอัน บาเบล
  2. ยูเครน แม้ถูกมองว่าเป็นไม้ประดับแต่การที่พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ๆ คงต้องรอดูว่าผลงานจะออกมาดีแค่ไหน
  3. ออสเตรีย ทีมที่หลายคนอาจมองข้ามไปแต่พวกเขามักมีอะไรเซอร์ไพร์สอยู่เสมอ รอบนี้นำโดย มาร์โก อาร์นาโตวิช, ดาวิด อลาม่า
  4. รอทีมเพลย์ออฟ

 

กลุ่ม ดี

 

  1. อังกฤษ ครั้งนี้พวกเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าแชมป์มาให้ได้เสียที แกเร็ธ เซาท์เกต คงขนชุดใหญ่เต็มสูบ นำโดย ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี่ เคน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ลงลุยพร้อมกันทุกคน
  2. โครเอเชีย ทีมตราหมากรุกมักเป็นม้ามืดที่ทำผลงานได้ดีเสมอ และในครั้งนี้ที่พวกเขายังคงนำโดย ลูก้า โมดริช น่าจะทำให้อัตราความสนุกของ EURO 2020 เร้าใจกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
  3. สาธารณรัฐเช็ก แม้ช่วงหลัง เช็ก อาจไม่ได้โดดเด่นอะไรมากนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขายังคงเป็นตัวอันตรายสำหรับหลาย ๆ ทีม และไม่แน่ว่าครั้งนี้อาจมีอะไรดี ๆ มาใช้งาน
  4. รอทีมเพลย์ออฟ

 

กลุ่ม อี

 

  1. สเปน ขุนพล “กระทิงดุ” ที่อยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยนก็ยังคงอันตรายเหมือนเดิม อดีตแชมป์ 3 สมัยคงไม่ยอมแน่ ๆ นำโดย ดาบิด เด เคอา, เซร์คิโอ รามอส, อิสโก้, มาร์โก อเซนซิโอ
  2. โปแลนด์ อาจดูเป็นไม้ประดับอีกทีมแต่พวกเขายังคงนำโดยหัวหอกเบอร์ 1 อย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ชื่อนี้การันตีการถล่มตาข่ายแน่นอน ใครไม่ระวังอาจต้องร้องไห้ภายหลังก็ได้
  3. สวีเดน แม้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดแต่พวกเขาก็ยังคงเป็นทีมน่าจับตามองเสมอ มาคราวนี้เชื่อว่าน่าจะต้องเค้นฟอร์มเก่งออกมาอย่างแน่นอน
  4. รอทีมเพลย์ออฟ

 

กลุ่ม เอฟ (ถูกจัดเป็น กรุ๊ป ออฟ เดธ)

 

  1. เยอรมนี โยอาคิม เลิฟ ต้องเร่งแก้มือจากที่เขาทำทีมตกรอบฟุตบอลโลกแบบไม่เป็นท่า และครั้งนี้เชื่อว่าทัพ “อินทรีย์เหล็ก” จะจัดหนักจัดเต็มเพื่อหวังคว้าแชมป์ให้ได้แน่นอน
  2. ฝรั่งเศส แชมป์โลกทีมล่าสุด ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ยังคงนำทัพใหญ่ลุยเหมือนเดิมนำโดย ปอล ป๊อกบา, อ็องตวน กรีซมันน์, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และอีกมากมาย
  3. โปรตุเกส คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหัวใจของทีมมาหลายปี และแชมป์เก่าอย่างพวกเขาก็คาดหวังจะป้องกันแชมป์แน่ ๆ
  4. รอทีมเพลย์ออฟ

 

สำหรับกลุ่มที่รอทีมเพลย์ออฟจะต้องรอผลการแข่งขันในช่วงเดือนมีนาคม เมื่อได้ทีมครบก็พร้อมระเบิดแข้งระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน – 12 กรกฎาคม 2020